วันพฤหัสบดีที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

วิธีการเล่น Real Media File บน Ubuntu

หลังจากที่เปลี่ยนเครื่องเป็น Ubuntu ผมมีปัญหามากกับการ ไม่สามารถดู Video Lecture ที่อยู่ในรูปของ Real Media ได้ วันนี้ผมเพิ่งพบวิธีการเล่น Real Media File โดยไม่ต้องเอา Real Player for Linux มาลง ซึ่งวิธีดังกล่าวผมได้มาจาก http://yourubuntulinux.blogspot.com/2007/12/how-to-play-real-media-file.html

1. สิ่งที่คุณต้องการอย่างแรกคือ Kaffeine Player วิธีลงก็

apt-get install kaffeine

หรือ จะลงโดยใช้ Synaptic หรือ Aptitude ก็ได้

2. หลังจากนั้นเราก็ต้อง download "Essential Codecs Package" จาก http://www.mplayerhq.hu ตอนผม download ก็จะงงเหมือนกันว่าจะต้องไปเอา Codec มาจากตรงไหน อันนี้เราตรงไปที่หัวข้อ "Binary Codec Packages"แล้วเลือกไฟล์ที่ตรงกับ OS และ รุ่นของเครื่องที่เราใช้

3. หลังจาก download codecs มาแล้ว เราก็ต้องวางมันไว้ให้เป็นที่เป็นทาง สำหรับใน blog ที่ผมทำตาม ก็จะ extract files ไปที่ /usr/share/win32 โดยที่เราต้องสร้าง directory win32 ขึ้นใน /usr/share เอาเอง อันนี้ย้ำว่า extract ไปเฉพาะไฟล์นะครับ ไม่ใช่วางไปทั้ง directory

4. ท้ายที่สุดเราก็ต้องมาตั้งค่าของ Kaffeine Player ให้มองเห็น Codecs ที่ donwload มา ให้เข้าไปที่ settings --> xine engine --> parameters --> decoder แล้วตั้งค่า external Real Media codecs pah เป็น /usr/share/win32 หลังจากนั้นเราก็สามารถจะเล่น Real Media Files ได้แล้ะครับ

วันพฤหัสบดีที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

ต่อเนื่องจากเรื่อง Lotus vs พ่อค้า

ถ้าใครได้อ่าน blog ที่ผมเขียนเรื่อง Lotus vs พ่อค้า หลายๆ คนคงคิดว่าผมเป็นตัว...... ที่สนับสนุนลัทธิทุนนิยมอย่างเต็มรูป จริงๆ แล้วในประเด็นของผมคือบางครั้งการต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของอาชีพในท้องถิ่นก็อาจจะไม่เป็นผลดีต่อผู้บริโภค หรือ บางครั้งการต่อสู้ของผู้ที่เสียเปรียบก็ไม่ได้ตรงประเด็นเท่าที่ควร ทำให้ฝ่ายตัดสินซึ่งเป็นผู้บริโภคบางส่วนหันไปสนับสนุนฝ่ายตรงข้ามเพิ่มขึ้น ถ้าใครอยู่ในบริเวณที่มีการคัดค้านเรื่องนี้ก็จะเห็นป้ายคัดค้านอยู่ฝั่งหนึ่งของถนน ส่วนป้ายสนับสนุนก็อยู่ฝั่งตรงข้ามกันพอดี และประเด็นที่ฝ่ายคัดค้านการเปิด Lotus ใช้เป็นประเด็นคือถ้า Lotus เข้ามาเศรษฐกิจจะพัง ??? ที่ผมพูดถึงใน blog คราวก่อนก็คือเรื่องนี้ นั่นคือเศรษฐกิจที่พังเป็นเศรษฐกิจของใคร ? แล้วการแก้ไขปัญหาเรื่องการเสียเปรียบทางด้านการแข่งขันโดยการกีดกันทางการค้า (ห้ามมาเปิดในพื้นที่) ถูกต้องหรือไม่ เป็นผลดีกับผู้บริโภคหรือไม่

โดยส่วนตัวผมเห็นว่าการแข่งขันบางครั้งก็เป็นสิ่งจำเป็นแต่การแข่งขันควรจะเป็นการแข่งขันที่เท่าเทียม ผู้บริโภคจึงจะได้รับผลประโยชน์ที่ควรได้รับ แม้ว่าผมจะซื้อสินค้าท้องถิ่น (จากสหกรณ์) มาสามวันติดกันแล้วกินไม่ได้ก็ตาม แต่ผมก็ไม่อยากให้การค้าท้องถิ่นต้องสูญหายไป ไม่อยากให้ร้านขนมเปี๊ยะสุดอร่อยต้องปิดตัว แต่ก็ต้องมีกระบวนการที่ถูกต้องไม่ใช่เป็นการเรียกร้องที่ปิดทางคู่แข่งโดยสมบูรณ์


หมายเหตุ ผมซื้อขนมโก๋เมื่อวันจันทร์ หลังจากกินไปหลายชิ้นก็พบว่ามันขึ้นรา ส่วนกล้วยต้มที่ซื้อมาก็บูดเรียบร้อย ก่อนหน้านั้นผมซื้อส้มโอที่แพ็คแล้วมาก็ปรากฎว่ามันเน่า และ วันพฤหัสผมจะกินส้มโอจากสหกรณ์อีกครั้งก็ปรากฎกลิ่นเหมือนไวน์ลอยมาจากทุก ก็ต้องจัดการทิ้ง ...อย่างไรก็ตามสหกรณ์ไม่ใช่ร้านค้าท้องถิ่นที่ผมพูดถึง ว่าแต่ทำไมสหกรณ์ ม.เกษตร กำแพงแสนมันห่วยยังงี้เนี่ย

Printer Catridge

Durring 2 am. - 4 pm., I have tried to print the paper with my HP D2300 but all printed papers are completely blank. I, firstly, though that the its nozzle were cloged. I have tried to clean the printer head and even tried to refill it, but there is still nothing printed on the papers. After wasting so much time, I finally found that I was such an ugly stupid who choose the color catridge in printer options (in Linux).

วันอาทิตย์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

Lotus กับ พ่อค้า

หลังจากการยื่นหน้าสือร้องเรียนให้ระงับการเปิด Lotus สาขากำแพงแสน
และการประท้วงจากกลุ่มชาวบ้านภายไป ในขณะนี้ Lotus ก็ได้ก่อสร้างและ
เตรียมเปิดทำการเป็นที่เรียบร้อย

ผมก็อยากจะมาพูดถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มต่อต้าน, กลุ่มสนับสนุน และ
ตัว Lotus เองอีกครั้ง

ในที่นี้ผมคงจะกล่าวถึง Lotus หรือ นายทุน ในฐานะของตัวแทนของกลุ่มธุรกิจที่มี
ทุนทรัพย์ปริมาณมหาศาล, ชาวบ้านเป็นตัวแทนของผู้บริโภค และ พ่อค้าเป็นตัวแทน
ของกลุ่มธุรกิจรายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากการเปิด Lotus (หรือการลงทุนของนายทุน
รายใหญ่)

ผมคงไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าการเปิดตัวของร้านค้าสินค้าขนาดใหญ่อย่าง Lotus จะสร้าง
ความเปลี่ยนแปลงให้กับชุมชน และ ทำให้พ่อค้า แม่ค้า รวมทั้งธุรกิจรายเล็กๆ ต้องเดือดร้อน
อย่างมากเพราะเจอคู่แข่งที่มีพลังสูงกว่าอย่างเทียบกันไม่ได้ โดยเฉพาะในชุมชนที่มีขนาด
เล็กถึงปานกลาง อย่างชุมชนในตำบลกำแพงแสน แต่ผมอยากจะมองเรื่องนี้ในมุมมองอีกมุม
หนึ่ง (เพราะผมคิดว่าไม่ยุติธรรมเป็นอย่างยิ่งที่จะมองเรื่องใดเรื่องหนึ่งเพียงมุมเดียว)

เรื่องการยื่นหนังสือต่อศาลขอให้ระงับการสร้าง Lotus นี้เป็นเรื่องที่พูดถึงกันมากทั้งภายใน
ตำบลกำแพงแสน และ ในหมู่ของตุลาการ แม้แต่พ่อผมเองก็รู้เรื่องนี้ด้วย ซึ่งในส่วนตัวผมรู้สึก
มีความเห็นใจกับชาวบ้านที่ต้องเดือดร้อนเพราะ Lotus มาก โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ค้าที่ต้องขาย
ของเลี้ยงชีพและต้องส่งเสียลูกหลานเรียนหนังสือ แต่เมื่อสังเกตดูจะเห็นว่ากลุ่มที่ต่อต้านส่วนใหญ่
ก็จะเป็นพ่อค้าแม่ค้า ส่วนกลุ่มที่อยากให้เปิดก็จะเป็นกลุ่มชาวบ้านทั่วไป และ พ่อค้าแม่ค้าบางกลุ่ม
และ ผมเองในฐานะผู้บริโภคก็รู้สึกดีเป็นอย่างยิ่งที่ Lotus จะมาเปิดในบริเวณใกล้ๆ เพราะมันทำ
ให้ผมสามารถซือของได้สะดวก และ มีสินค้าให้เลือกหลากหลายขึ้น ในขณะที่ตอนนี้ร้านค้าใน
บริเวณใกล้ๆ มีทั้งชนิดของสินค้าและความหลากหลายจำกัดมาก และความน่าซื้อของสินค้าก็ต่างกันมาก
อย่างเช่นผมไปกาแฟกระป๋องในร้านค้าใกล้ๆ ก็พบกับกาแฟที่บุบและฝุ่นเกาะหนาจนไม่รู้ว่าจะยัง
บริโภคได้หรือเปล่า และ สินค้าบางชนิดเช่นนมกล่องรสที่มีคนกินน้อย (รสที่ว่าคือ รสจืดซึ่งผมคิดว่า
คนคงจะกินกันน้อย) ก็วางไว้จนใกล้หมดอายุเต็มที ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะหมดอายุแล้วจะยังอยู่ที่นั่นต่อหรือ
ไม่ ผมจะสังเกตอีกอย่างว่าร้านทั่วไปจะนิยมดันของที่มีอยู่เดิมเข้าไปข้างใน แล้วก็เอาของใหม่วางข้างนอก
ซึ่ง ของที่อยู่เดิมก็จะอยู่เช่นนั้นต่อไปเรื่อยๆ จนหมดอายุ และ มีคนมาสังเกตเห็นเข้า ลองดูร้านโชว์ห่วย
ถ้าหยิบสินค้าด้านในๆ มักจะเป็นสินค้าใกล้หมดอายุ ส่วนถ้าเป็นตามซูปเปอร์มาร์เก็ต จะเห็นว่าสินค้าด้านในตะ
เป็นสินค้าใหม่เสมอ (ผมจะเลือกหยิบสินค้าด้านในเวลาไปซื้อนมกล่องตามห้าง) อันนี้ผมก็ไม่อยากจะ
โจมตีร้านโชว์ห่วยนัก เพียงแต่อยากจะหยิบประเด็กขึ้นมาสร้างความขัดแย้งกับเรื่องความเดือดร้อนของ
พ่อค้าแม่ค้าว่าในมุมมองของผู้บริโภคแล้ว การที่มีพ่อค้าที่มีคุณภาพในระดับหนึ่ง (ไม่ได้หมายความถึงร้านค้า
ชั้นยอด) ก็ช่วยให้คุณภาพสินค้าของผู้บริโภคดีขึ้นมาก รวมทั้งราคาที่ถูกกว่าของสินค้าในซุปเปอร์มาเก็ต
ก็ทำให้ช่วยลดค่าใช้จ่ายลองได้มากอีกต่างหาก ที่สำคัญคือในฐานะของคนที่ชอบอยู่กลางคืน การที่มีร้านค้า
ที่ขายของจนถึงสี่ทุ่ม ก็ช่วยอำนวยความสะดวกให้ได้มาก ผมสามารถไปซื้อสะเบียงมาเก็บตอนสี่ทุ่มได้ ไม่ต้อง
รีบออกจากที่ทำงานก่อนสองทุ่มเพื่อมาซื้อของตามร้านเก็บไว้ (จริงๆ ใกล้ๆ หอพักผมก็มีมินิมาร์ท แต่ของน้อย
มาก)

เรื่องในแง่ของผู้บริโภคผมก็ได้กล่าวถึงไปก่อนหน้านี้แล้ว แต่ผมก็อยากจะมาย้ำอีกครั้งในฐานะของผู้
บริโภค ในอีกมุมมองหนึ่งคือมุมมองของช้าวบ้านทั่วไป และ การเติบโตของชุมชน เมื่อมีธุรกิจมาลงทุน
ในชุมชน สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาคือการจ้างงาน เมื่อซุปเปอร์มาเก็ตขนาดใหญ่เช่น Lotus มาเปิด แน่นอน
คือ ห้างจะต้องรับพนักงานจำนวนมาก ซึ่งสิ่งนี้จะต่างจากธุรกิจท้องถิ่นที่ดำเนินงานกันด้วยสมาชิกใน
ครอบครัว รายได้ที่ได้ก็คือรายได้ของครอบครัว ไม่ได้กระจายออกไปไหน แถมนอกจาก Lotus เองแล้ว
เมื่อมีการเปิดซุปเปอร์มาเก็ต ก็จะมึการให้เช่าที่กับกลุ่มธุรกิจอื่นๆ เช่น MK, Tsutaya และ อื่นๆ รวมทั้ง
การให้ประมูลร้านใน Food Center ซึ่งทำให้ปริมาณการจ้างงานเพิ่มขึ้นอีก และ กลุ่มร้านค้าเปล่านี้จะ
เป็นส่วนหนึ่งในการกระจายเงินจากกลุ่มที่มีพลังในการบริโภคสูง ไปยังกลุ่มลูกจ้างที่มีพลังในการหา
รายได้ต่ำกว่า นอกจากนี้ในกลุ่มนักธุรกิจรายย่อยที่อยากมีธุรกิจของตนเอง ก็สามารถมาเช่าพื้นที่ขายสินค้า
ได้โดยที่ไม่ต้องไปหาเงินก้อนมาสร้างร้านของตนเองในพื้นที่ซึ่งไม่รู้ว่าจะมีผู้คนผ่านมาหรือเปล่าอีกด้วย
สิ่งที่จะตามมาอย่างมองไม่เห็นก็ คือ เมื่อมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น ก็จะมีพนักงานตั้งแต่ระดับลูกเจี๊ยบไปจนถึง
ระดับพญาเยี่ยวที่อยากจะมาจับจองพื้นที่ในบริเวณที่ใกล้กับที่ทำงานเพื่อใช้สร้างที่พัก หรือ ซึ่งก็จะทำให้
เกิดธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ขึ้นในบริเวณใกล้เคียง และ จะดึงดูดให้คนในบริเวณใกล้เคียงที่ต้องการอยู่ใกล้
แหล่งอำนวยความสะดวกมาจับจองที่พักมากขึ้น ทำให้ชุมชนขยายขนาดขึ้น ซึ่งการค้าในขนาดเล็กหลาย
เช่น ร้านขายกาแฟปาท่องโก็ข้างทาง ก็สามารถที่สร้างตัวเองขึ้นมาได้จากการที่มีผู้บริโภคในบริเวณใกล้
เคียงเพิ่งขึ้น

จะเห็นได้ว่าถ้าใช้เหตุผลตามนี้ การปรากฎตัวของธุรกิจขนาดใหญ่ก็สร้างความเจริญทางด้านเศรษฐกิจ
ให้กับชุมชนไม่น้อย ในขณะที่กลุ้มพ่อค้าร้ายเดี่ยว ก็จะเป็นกลุ่มเดียวที่เดือดร้อน ที่พูดว่าเป็นพ่อค้า
รายเดี่ยว เพราะในแง่ของผมกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่อย่าง Lotus นี้เป็นกลุ่มที่เกิดจากการถือหุ้นของบุคคล
หลายบุคคล ไม่ใช่ของครอบครัวเดียว อย่างไรก็ตามเรื่องนี้จะเป็นสิ่งที่ดีเยี่ยมก็ต่อเมื่อผู้ถือหุ้นของธุรกิจ
เช่น Lotus เป็นบุคคลที่หลากหลายไม่ใช่ของกลุ่มคนกลุ่มเดียว ซึ่งจะทำให้รายได้กระจายไปอย่างแพร่หลาย
ไม่ไปตกในกลุ่มเดียว ซึ่งผมเชื่อว่าจะทำให้เงินจากระบบไปนอนที่บุคคลจำนวนน้อย และ ทำให้ความ
แตกต่างของชนชั้นรุนแรงขึ้น

ในฐานะของผู้บริโภค ผมถือว่าการปรากฎตัวของนายทุนรายใหญ่เป็นสิ่งที่พึงเกิดขึ้น เพื่อให้เกิดการแข่งขัน
ระหว่างพ่อค้าแม่ค้าระบบเก่าที่บางครั้งและบางกลุ่ม (เน้น ว่าเป็นเฉพาะบางครั้งและบางกลุ่มไม่ใช่ทั้งหมด)
ก็ไม่ได้สนใจว่าผู้บริโภคจะได้รับประโยชน์หรือไม่ แต่ สร้างทางเลือกจำนวนจำนวนจำกัด และอาจจะไม่ดีให้
กับผู้บริโภค และ หากำไรเอาจากผู้ที่ไม่สามารถเลือกได้

แต่การจะปล่อยให้พ่อค้าแม่ค้ารายย่อยต้องเดือดร้อน ไม่สามารถทำมาหากินได้ก็เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องเช่นกัน
เพราะแม้ว่าจะมีการแข่งขันเกิดขึ้น แต่พ่อค้าแม่ค้ารายย่อยก็ไม่ได้มีความสามารถที่จะมาแข่งขันกับนายทุน
ตัวใหญ่ เช่น Lotus สุดท้ายการควบคุมก็จะตกไปอยู่ที่ Lotus ผู้บริโภคก็หมดทางเลือกอยู่ดี แถมพ่อค้าแม่ค้า
ที่มีอยู่เดิมก็จะตกงานกันอีก มีแต่คนเดือดร้อน ซึ่งผมคิดว่าการสร้างกลุ่มธุรกิจท้องถิ่นใหเแข่งขันกันได้กับ
ธุรกิจขนาดยักษ์จากต่างถื่นเป็นเรื่องที่สำคัญมาก และคงเป็นภาระหน้าที่ของคึนที่ใหญ่กว่าผู้บริโภคธรรมดา
อย่างผมจะกระทำได้