Last week, I found my students writing a weird code for looping.
The problem ask them to sum number from 1 to n.
What they implement was as follow:
i = 1;
sum = 0;
while (n/i)
{
sum = sum + i;
i = i + 1;
}
I certainly sure that they misunderstand concept of condition
statement. However, this code produced correct results so that
they tell the others to write the same code.
If they truely understood what happend in the condition, n/i, which
is equivalent to n <= i, this would be a good idea.
วันอาทิตย์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2550
วันพฤหัสบดีที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550
Coffee cups
In the last blog, I wrote about the coffee shop in Kamphaensaen Campus. Since I work in a rural area, it is so hard to find a good cup of Espresso. Whenever I want to have a good beverage, I have to go to restaurants, such as Cowboyland, and Mamo.
However, yesterday, there is a good news for me. The first coffe shop (with espresso machine) was just opening. This is such a good things.
However, yesterday, there is a good news for me. The first coffe shop (with espresso machine) was just opening. This is such a good things.
วันอังคารที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550
กาแฟ
หลายวันก่อนเกิดอาการลงแดงอยากกินกาแฟอร่อยๆ
จนต้องออกไปร่อนหาร้านกาแฟใน ม.เกษตร กำแพงแสน
แต่หาร้านขายกาแฟที่ใช้เครื่องทำกาแฟ espresso ไม่ได้เลย
ร้านที่มีอยู่ร้านเดียว (เท่าที่รู้จัก) ก็ดันปิดเสียอีก
นับเป็นเรื่องน่าเศร้าอย่างหนึ่งในการทำงานต่างจังหวัดเลยทีเดียว
จนต้องออกไปร่อนหาร้านกาแฟใน ม.เกษตร กำแพงแสน
แต่หาร้านขายกาแฟที่ใช้เครื่องทำกาแฟ espresso ไม่ได้เลย
ร้านที่มีอยู่ร้านเดียว (เท่าที่รู้จัก) ก็ดันปิดเสียอีก
นับเป็นเรื่องน่าเศร้าอย่างหนึ่งในการทำงานต่างจังหวัดเลยทีเดียว
วันพุธที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2550
Proof และ Proof ?
ผมมักมีปัญหาเสมอเวลาคุยกับคนอื่นๆ
เวลาคุยเรื่องงานวิจัยแล้วมีคำว่า Proof โผล่ขึ้นมา
เขาก็จะงงว่าไม่ทำงานบนกระดาษจะ Proof ได้ยังไง
หรือไม่ทำการทดลองจะ Proof ได้ยังไง
เวลาที่เขาทดสอบระบบว่าทำงานได้หรือเปล่าก็มักจะพูดกันว่าระบบนี้ Proof แล้ว
หรือ ทดสอบอิฐก้อนนี้รับน้ำหนักได้ ก็จะบอกว่าอิฐก้อนนี้ Proof แล้ว
หรือ ทำระบบตามที่ออกแบบขึ้นมาได้ก็จะบอกว่า Proof แล้วว่าไอเดียนี้ถูก (แม้ว่าระบบจำทำงานผิด)
ที้นี้เวลาผมพูดคำว่า Proof ก็จะหมายถึง Mathematical Proof ทำให้เวลาอธิบายงาน
ให้คนอื่นทำก็จะคุยกับไม่ค่อยรู้เรื่อง (แม้ว่าจะยืนยันว่าของผมหมายถึง Mathematical Proof)
คำเดียวกันที่มีความหมายต่างกัน (เล็กน้อย) บางทีก็สร้างความยุ่งยากในการสื่อสารไม่้น้อยทีเดียว
เวลาคุยเรื่องงานวิจัยแล้วมีคำว่า Proof โผล่ขึ้นมา
เขาก็จะงงว่าไม่ทำงานบนกระดาษจะ Proof ได้ยังไง
หรือไม่ทำการทดลองจะ Proof ได้ยังไง
เวลาที่เขาทดสอบระบบว่าทำงานได้หรือเปล่าก็มักจะพูดกันว่าระบบนี้ Proof แล้ว
หรือ ทดสอบอิฐก้อนนี้รับน้ำหนักได้ ก็จะบอกว่าอิฐก้อนนี้ Proof แล้ว
หรือ ทำระบบตามที่ออกแบบขึ้นมาได้ก็จะบอกว่า Proof แล้วว่าไอเดียนี้ถูก (แม้ว่าระบบจำทำงานผิด)
ที้นี้เวลาผมพูดคำว่า Proof ก็จะหมายถึง Mathematical Proof ทำให้เวลาอธิบายงาน
ให้คนอื่นทำก็จะคุยกับไม่ค่อยรู้เรื่อง (แม้ว่าจะยืนยันว่าของผมหมายถึง Mathematical Proof)
คำเดียวกันที่มีความหมายต่างกัน (เล็กน้อย) บางทีก็สร้างความยุ่งยากในการสื่อสารไม่้น้อยทีเดียว
วันจันทร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2550
Lotus VS โชว์ห่วย
หลายสัปดาห์มานี้มีเรื่องที่พูดกันมากในกำแพงแสนคือเรื่องที่มีห้าง Lotus
จะมาเปิดสาขาใหม่ที่นี่ มีพ่อค้า แม่ค้า ออกไปปิดถนนประท้วงไม่ให้
Lotus เปิดกิจการ เพราะจะทำให้ผัก, ผลไม้ และ สินค้าอื่นๆ พากันขายไม่ไ้ด
ที่นี้หลักจากนั่งคิดดูเพิ่มก็เริ่มสงสัยว่าการมาของ Lotus จะทำใ้ห้ร้านค้าราย
ย่อยต้องปิดกิจการจริงหรือ และการปิดกั้นการค้าของห้างใหญ่จะดีต่อผู้บริโภค
หรือไม่้
ในส่วนตัวผมมีเห็นด้วยกับการที่เราต้องช่วยร้านโชว์ห่วย และ ร้านค้าปลีกทั้งหลาย
ที่ไม่มีศักยภาพพอจะไปแข่งขันกับห้างใหญ่อย่าง Lotus ได้
ที่นี้ลองย้อนกลับมาในฐานะผู้บริโภค ถ้าดูจากร้านขายสินค้าในกำแพงแสน
ไม่รวมร้านขายผัก ผลไ้ม้ และ เนื้อสด สินค้าที่อยู่ในร้านก็จะมีความหลากหลาย
ค่อนข้างต่ำ สินค้าบางชิ้นก็ดูเก่าจนไม่รู้ว่าจะซื้อไปบริโภคได้หรือเปล่า และ
ราคาสินค้าก็จะสูงกว่า Lotus แทบทุกชิ้น ในฐานะผู้บริโภค Lotus เป็นทาง
เลือกที่ดีในการที่จะเลือกซื้อสินค้า ทั้งความหลากหลายและความครบครัน
รวมทั้งราคาที่ถูกกว่า เพียงแต่ว่าเงินที่จ่ายให้ Lotus ทุกบาท จะต้องมีเงิน
ส่วนนึงที่ต้องจ่ายให้กับบริษัทต่างชาิติด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนช่วงที่อยู่กรุงเทพ ผมเห็นร้านค้ารายย่อยเองก็ซื้อสินค้าจาก
Macro, Lotus มาขายต่ออีกที ที่นี้การช่วยซื้อสินค้าจากร้านค้ารายย่อยก็กลาย
เป็นช่วย Macro, Lotus เสียอีก
อีกเรื่องหนึ่งที่คนพูดกันบ่อย แม้แต่้ร้านค้าบางร้านเอง ก็คือจริงๆ แล้ว การเปิด
ของ Lotus จะมีผลกระทบกับร้านค้าหลายย่อยมากขนาดนั้นจริงๆ หรือ ?
เพราะโดยทั่วไปคนส่วนใหญ่มักจะเลือกซื้อสินค้าจากบริเวณใกล้เคียงและสะดวก
มากกว่าที่จะต้องเดินทางไปซื้อไกลๆ ในกรณีร้านค้าทีี่อยู่ใกล้เคียง Lotus อันนี้
ผลกระทบค่อนข้างชัดเจน เพราะถ้าคนเลือกได้ก็คงเลือกไปร้านที่ขายของราคา
ถูก และ มีชนิดให้เลือกมากกว่า แต่ถ้ามองมุมนี้ แล้วทำไมเราถึงยอมให้ 7-Eleven
เปิดในอำเภอ สังเกตว่านอกจากราคาที่ไม่ต่างจากโชว์ห่วย (ยกเว้นช่วง Promotion)
แล้ว ความสะดวกสบาย และอื่นๆ เหนือกว่าจนเห็นได้ชัด รวมทั้งอยู่ใกล้ชุมชนมากกว่า
ตัว Lotus ด้วย นอกจากนี้การซื้อของน้อยชิ้นร้านโชว์ห่วยและ 7-Eleven จะเป็นคำตอบ
ที่ดีกว่ามากเพราะสามารถซื้อขายได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องไปต่อคิว ไม่ต้องไปเดินหา
สินค้า ลักษณะนี้ก็จะเหมือนกับมีคู่แข่งมาแย่งตลาดการค้าบางส่วนกับร้านค้ารายย่อย
ซึ่งแน่นอนว่าร้านที่เปิดจะเป็นโชว์ห่วยด้วยกันหรือ Lotus ก็ต้องดึงรายได้บางส่วนไป
จากร้านค้าอื่นๆ
นอกจากนี้ถ้าเรามองในแง่ของสิทธิ ร้านค้าใหญ่ กับ ร้านค้าเล็กย่อมมีสิทธิในการเปิด
ร้านเท่าเทียมกัน นั่นหมายความว่าถ้าร้านค้ารายย่อยเปิดได้ รายใหญ่ก็ต้องเปิดได้เหมือนกัน
ทั้งหมดที่เขียนมาผมไม่ได้ต้องการจะบอกว่า Lotus ไม่มีผลกับร้านค้ารายย่อย หรือ
พยายามจะบอกว่า Lotus ดีต่อผู้บริโภคมากกว่า แต่ผมมองว่าการเปิดตัวของร้านค้า
รายใหญ่ก็เป็นสิ่งที่ทำให้ร้านค้าหลายย่อยต้องพยายามปรับตัวกัน แม้จะเป็นเรื่องยาก
ก็ตาม การปกป้องร้านค้าหลายย่อยควรจะเป็นในลักษณะป้องกันการผูกขาดมากกว่า
อย่างเช่นถ้าปล่อยให้ Lotus เปิดเต็มไปหมดร้านค้าหลายย่อยก็คงจะเจ๊ง ไปตามกัน
ควรจะมีอะไรมารองรับ ส่วนร้านค้าหลายย่อยก็ต้องปรับตัวในระดับนึง เพื่อสนองความ
ต้องการของผู้บริโภค ในเรื่องของราคาคงจะสู้กันไม่ได้ แต่น่าจะใช้โอกาสที่สามารถ
เข้าถึงชุมชนได้มากกว่า และเรื่องสุดท้ายคือบางทีเราระวังในสิ่งที่ไม่น่ากลัวเท่าที่คิด
แต่ปล่อยให้สิ่งที่น่ากลัวกว่าเช่นร้านสะดวกซื้อเปิดสองฝากถนน โดยไม่เคลื่อนไหวอะไร
จริงๆ แล้ว ร้านค้าหลายย่อยควรจะกลัว Lotus หรือ 7-Eleven มากกว่ากัน
(ยกเว้นร้านขายผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์ แต่ร้านเหล่านี้มักจะขายถูกกว่า Lotus อยู่แล้ว
ก็คงจะไม่ประสบปัญหาเรื่องสู้ราคา Lotus ไม่ได้)
จะมาเปิดสาขาใหม่ที่นี่ มีพ่อค้า แม่ค้า ออกไปปิดถนนประท้วงไม่ให้
Lotus เปิดกิจการ เพราะจะทำให้ผัก, ผลไม้ และ สินค้าอื่นๆ พากันขายไม่ไ้ด
ที่นี้หลักจากนั่งคิดดูเพิ่มก็เริ่มสงสัยว่าการมาของ Lotus จะทำใ้ห้ร้านค้าราย
ย่อยต้องปิดกิจการจริงหรือ และการปิดกั้นการค้าของห้างใหญ่จะดีต่อผู้บริโภค
หรือไม่้
ในส่วนตัวผมมีเห็นด้วยกับการที่เราต้องช่วยร้านโชว์ห่วย และ ร้านค้าปลีกทั้งหลาย
ที่ไม่มีศักยภาพพอจะไปแข่งขันกับห้างใหญ่อย่าง Lotus ได้
ที่นี้ลองย้อนกลับมาในฐานะผู้บริโภค ถ้าดูจากร้านขายสินค้าในกำแพงแสน
ไม่รวมร้านขายผัก ผลไ้ม้ และ เนื้อสด สินค้าที่อยู่ในร้านก็จะมีความหลากหลาย
ค่อนข้างต่ำ สินค้าบางชิ้นก็ดูเก่าจนไม่รู้ว่าจะซื้อไปบริโภคได้หรือเปล่า และ
ราคาสินค้าก็จะสูงกว่า Lotus แทบทุกชิ้น ในฐานะผู้บริโภค Lotus เป็นทาง
เลือกที่ดีในการที่จะเลือกซื้อสินค้า ทั้งความหลากหลายและความครบครัน
รวมทั้งราคาที่ถูกกว่า เพียงแต่ว่าเงินที่จ่ายให้ Lotus ทุกบาท จะต้องมีเงิน
ส่วนนึงที่ต้องจ่ายให้กับบริษัทต่างชาิติด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนช่วงที่อยู่กรุงเทพ ผมเห็นร้านค้ารายย่อยเองก็ซื้อสินค้าจาก
Macro, Lotus มาขายต่ออีกที ที่นี้การช่วยซื้อสินค้าจากร้านค้ารายย่อยก็กลาย
เป็นช่วย Macro, Lotus เสียอีก
อีกเรื่องหนึ่งที่คนพูดกันบ่อย แม้แต่้ร้านค้าบางร้านเอง ก็คือจริงๆ แล้ว การเปิด
ของ Lotus จะมีผลกระทบกับร้านค้าหลายย่อยมากขนาดนั้นจริงๆ หรือ ?
เพราะโดยทั่วไปคนส่วนใหญ่มักจะเลือกซื้อสินค้าจากบริเวณใกล้เคียงและสะดวก
มากกว่าที่จะต้องเดินทางไปซื้อไกลๆ ในกรณีร้านค้าทีี่อยู่ใกล้เคียง Lotus อันนี้
ผลกระทบค่อนข้างชัดเจน เพราะถ้าคนเลือกได้ก็คงเลือกไปร้านที่ขายของราคา
ถูก และ มีชนิดให้เลือกมากกว่า แต่ถ้ามองมุมนี้ แล้วทำไมเราถึงยอมให้ 7-Eleven
เปิดในอำเภอ สังเกตว่านอกจากราคาที่ไม่ต่างจากโชว์ห่วย (ยกเว้นช่วง Promotion)
แล้ว ความสะดวกสบาย และอื่นๆ เหนือกว่าจนเห็นได้ชัด รวมทั้งอยู่ใกล้ชุมชนมากกว่า
ตัว Lotus ด้วย นอกจากนี้การซื้อของน้อยชิ้นร้านโชว์ห่วยและ 7-Eleven จะเป็นคำตอบ
ที่ดีกว่ามากเพราะสามารถซื้อขายได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องไปต่อคิว ไม่ต้องไปเดินหา
สินค้า ลักษณะนี้ก็จะเหมือนกับมีคู่แข่งมาแย่งตลาดการค้าบางส่วนกับร้านค้ารายย่อย
ซึ่งแน่นอนว่าร้านที่เปิดจะเป็นโชว์ห่วยด้วยกันหรือ Lotus ก็ต้องดึงรายได้บางส่วนไป
จากร้านค้าอื่นๆ
นอกจากนี้ถ้าเรามองในแง่ของสิทธิ ร้านค้าใหญ่ กับ ร้านค้าเล็กย่อมมีสิทธิในการเปิด
ร้านเท่าเทียมกัน นั่นหมายความว่าถ้าร้านค้ารายย่อยเปิดได้ รายใหญ่ก็ต้องเปิดได้เหมือนกัน
ทั้งหมดที่เขียนมาผมไม่ได้ต้องการจะบอกว่า Lotus ไม่มีผลกับร้านค้ารายย่อย หรือ
พยายามจะบอกว่า Lotus ดีต่อผู้บริโภคมากกว่า แต่ผมมองว่าการเปิดตัวของร้านค้า
รายใหญ่ก็เป็นสิ่งที่ทำให้ร้านค้าหลายย่อยต้องพยายามปรับตัวกัน แม้จะเป็นเรื่องยาก
ก็ตาม การปกป้องร้านค้าหลายย่อยควรจะเป็นในลักษณะป้องกันการผูกขาดมากกว่า
อย่างเช่นถ้าปล่อยให้ Lotus เปิดเต็มไปหมดร้านค้าหลายย่อยก็คงจะเจ๊ง ไปตามกัน
ควรจะมีอะไรมารองรับ ส่วนร้านค้าหลายย่อยก็ต้องปรับตัวในระดับนึง เพื่อสนองความ
ต้องการของผู้บริโภค ในเรื่องของราคาคงจะสู้กันไม่ได้ แต่น่าจะใช้โอกาสที่สามารถ
เข้าถึงชุมชนได้มากกว่า และเรื่องสุดท้ายคือบางทีเราระวังในสิ่งที่ไม่น่ากลัวเท่าที่คิด
แต่ปล่อยให้สิ่งที่น่ากลัวกว่าเช่นร้านสะดวกซื้อเปิดสองฝากถนน โดยไม่เคลื่อนไหวอะไร
จริงๆ แล้ว ร้านค้าหลายย่อยควรจะกลัว Lotus หรือ 7-Eleven มากกว่ากัน
(ยกเว้นร้านขายผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์ แต่ร้านเหล่านี้มักจะขายถูกกว่า Lotus อยู่แล้ว
ก็คงจะไม่ประสบปัญหาเรื่องสู้ราคา Lotus ไม่ได้)
วันจันทร์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2550
It's a free country !
๋ำJesse: You cant't !
Belle: It's a free country. Why can't I go.
ประโยคจากหนังเรื่อง Bridge to Terabithai ที่พูดออกจากหนูน้อยวัย 4 ขวบ
เมื่อพี่ชา่ยไม่ยอมให้เข้าไปยังสถานที่ซึ่งเขาและเพื่อนสนิทเขาไปเล่นกันเป็นประจำ
ประโยคนี้ประโยคที่ผมประทับใจมากประโยคหนึ่งจากภาพยนต์เรื่องนี้เลยทีเดียว
หนังเรื่องนี้สร้างจากหนังสือที่ถูกแบนจากหลายประเทศ เนื่องจากมีเนื้อหาบางอย่างที่
ขัดแย้งกับศาสนาคริสต์ เช่น มีการกล่าวคำว่า Lord โดยที่ไม่ได้อยู่ในบดสวด หรือ
การที่แนวความคิดที่แสดงถึงการไม่เชื่อในพระเจ้า
คำดังกล่าวคงเป็นการจงใจส่วนหนึ่งของผู้สร้างที่ต้องการแสดงให้เห็นถึงความมีเสรี
ที่จะสร้างสรรวรรณกรรม โดยไม่อยู่ในกรอบของความเชื่อดั้งเดิม และสามารถแสดง
ออกถึงการมีจิตนาการที่กว้างไกลของมนุษยชาติ
ย้อนกลับมาถึงสถานการณ์ในประเทศของเรากันบ้าง เราอยู่ในสภาพที่ถูกสร้างกรอบ
ความคิดและความเชื่อมาตั้งแต่เด็กๆ เมื่อไหร่ที่เราแสดงออกถึงความคิดส่วนตัวที่
แตกต่างจากความเชื่อดั้งเดิมหรือความเชื่อของคนส่วนใหญ่ก็มักจะเผชิญกับสภาพที่
เลวร้าย ผู้คนยอมแม้แต่ยอมให้เกิดเรื่องใดๆ ขึ้นก็ได้เพียงเพื่อยุติความเห็นที่แตกต่าง
ในสภาพการณ์นี้ไม่รู้เมื่อไหร่เด็กๆ (และผู้คน) ในประเทศเราจะพูดออกคำนี้ออกมาบ้างนะ
"ประเทศนี้เป็นประเทศเสรีทำไมหนูจะพูดบ้างไม่ได้ล่ะ"
อ้างอิง
en.wikipedia.org
14 ส.ค. 50
Belle: It's a free country. Why can't I go.
ประโยคจากหนังเรื่อง Bridge to Terabithai ที่พูดออกจากหนูน้อยวัย 4 ขวบ
เมื่อพี่ชา่ยไม่ยอมให้เข้าไปยังสถานที่ซึ่งเขาและเพื่อนสนิทเขาไปเล่นกันเป็นประจำ
ประโยคนี้ประโยคที่ผมประทับใจมากประโยคหนึ่งจากภาพยนต์เรื่องนี้เลยทีเดียว
หนังเรื่องนี้สร้างจากหนังสือที่ถูกแบนจากหลายประเทศ เนื่องจากมีเนื้อหาบางอย่างที่
ขัดแย้งกับศาสนาคริสต์ เช่น มีการกล่าวคำว่า Lord โดยที่ไม่ได้อยู่ในบดสวด หรือ
การที่แนวความคิดที่แสดงถึงการไม่เชื่อในพระเจ้า
คำดังกล่าวคงเป็นการจงใจส่วนหนึ่งของผู้สร้างที่ต้องการแสดงให้เห็นถึงความมีเสรี
ที่จะสร้างสรรวรรณกรรม โดยไม่อยู่ในกรอบของความเชื่อดั้งเดิม และสามารถแสดง
ออกถึงการมีจิตนาการที่กว้างไกลของมนุษยชาติ
ย้อนกลับมาถึงสถานการณ์ในประเทศของเรากันบ้าง เราอยู่ในสภาพที่ถูกสร้างกรอบ
ความคิดและความเชื่อมาตั้งแต่เด็กๆ เมื่อไหร่ที่เราแสดงออกถึงความคิดส่วนตัวที่
แตกต่างจากความเชื่อดั้งเดิมหรือความเชื่อของคนส่วนใหญ่ก็มักจะเผชิญกับสภาพที่
เลวร้าย ผู้คนยอมแม้แต่ยอมให้เกิดเรื่องใดๆ ขึ้นก็ได้เพียงเพื่อยุติความเห็นที่แตกต่าง
ในสภาพการณ์นี้ไม่รู้เมื่อไหร่เด็กๆ (และผู้คน) ในประเทศเราจะพูดออกคำนี้ออกมาบ้างนะ
"ประเทศนี้เป็นประเทศเสรีทำไมหนูจะพูดบ้างไม่ได้ล่ะ"
อ้างอิง
en.wikipedia.org
14 ส.ค. 50
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)